อย่าว่าเขาดูถูกเธอ แต่แขนเล็กแบบนี้แค่ยกจอบก็คงไม่ไหวแล้วมั้ง “พาลูกค้าที่รีสอร์ทมาเที่ยวไม่ใช่เหรอ”
“พามาแต่มีคนดูแลต่อแล้วค่ะ บ่ายอ่อนๆ ก็คงพากันมาขี่ม้าแล้ว พี่ครามสอนเองไหมคะ หนูนาไม่ได้ขี่นาน ลืมแล้ว”
จู่ๆ ก็เงียบไป คุณานนท์ยกมุมปากโค้งแบบที่ว่าไม่ใช่ความใจดีเอ็นดู “ควบขี่ได้ครั้งเดียวก็ไม่ลืมหรอก”
ไม่รู้ขี่อะไร แต่คงขี่ม้านั่นแหละ ถึงฟังดูแล้วมันจะทะแม่งๆ ก็ตามทีเถอะ นันท์นรีเลิกคิดจินตนาการบัดสี ถอดรองเท้าออกพันขากางเกงขึ้นเตรียมจะลงไปขุดบ่อน้ำตามที่บอกชายหนุ่ม “หนูไม่ได้บอกใครนะคะ กินยาคุมแล้วด้วย”
รู้ว่าควรหรือไม่ควร ว่าง่ายไม่สร้างเรื่องยุ่งยาก คุณานนท์ตอบอืมสั้นๆ บ่งบอกว่าพอใจ แต่เขาไม่ให้นันท์นรีมาขุดดินแน่ เห็นแล้วมันขัดตาจึงฉุดแขนเธอกลับมาก่อนจะทันได้ก้าวลงไปย่ำโคลน แรงดึงนี้เกิดขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย ร่างผอมบางจึงหันกลับถลาวืดเข้าไปซบอ้อมอกที่มีแต่เหงื่อ ใจของหญิงสาวเต้นตึกตัก พอได้ใกล้ชิดก็ฉวยโอกาสกอดไว้ไม่ยอมถอยออก
“หนูนาชอบพี่ที่สุดเลย ชอบมากๆ มากๆๆเลยค่ะ”
คนตัวสูงกว่าขมวดคิ้วเข้มแน่น ออกจะหน่ายระอาลูกอ้อนของเด็กสาวจึงดันคนตัวนุ่มๆ หอมๆ ออกไป “อย่าเหลวไหล”
โดนดุแต่กลับไม่กลัว นันท์นรีเยื้องใบหน้าขึ้น ฉวยโอกาสจูบริมฝีปากเขากลางทุ่งหญ้าขจีทีหนึ่ง “ก็หนูชอบพี่นี่คะ”
ใจกล้าเสียจริง ไม่กลัวว่าเขาจะโมโหจนหักลำคอน้อยๆ ของเธอหรือไง หน้าผากคนหนุ่มพลันรัดตึง พอมือนุ่มนิ่มพุ่งมาแตะเนื้อต้องตัวเขาอีกครั้ง คุณานนท์ก็นึกอยากหยาบคายเพื่อไล่นันท์นรีไปไกลๆ จึงดึงตัวเธอไปทางกองฟางสูงท่วมศีรษะกองใหญ่ ผลักไหล่ยัยเด็กตัวดีจนล้มลงแล้วปลดเข็มขัดหนัง
“ชอบพี่มากเหรอ งั้นคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้าจะอมให้พี่ตอนนี้”
ทุ่งหญ้าโล่งโจ้ง มีเพียงกองฟางที่พอจะบังสายตาคนจากทางไร่องุ่นได้ ถ้าเกิดว่ามีใครมาเห็นล่ะ นันท์นรีแตกตื่นนึกอยากปฏิเสธ แต่พอเห็นสีหน้าได้ใจราวกับควบคุมทุกอย่างไว้ได้แล้วของคุณานนท์ พลันบังเกิดความอยากเอาชนะขึ้นมา อมก็อมสิ มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว อีกเดี๋ยวพอเป็นแฟนกันจะได้ไม่มัวเอียงอายไง หลอกจนตัวเองเชื่อสนิท นันท์นรียื่นมือสั่นระริกออกไปช่วยปลดกระดุมกางเกงยีนส์ให้ชายหนุ่ม
“ฮึ! เธอนี่ไม่ใสซื่อเหมือนหน้าตาเลยนะ บอกอมก็อม หรือที่จริงก็นิสัยแบบนี้อยู่แล้ว แต่มัวแอ๊บคนอื่นเลยดูไม่ออก”
ปากจัดที่หนึ่ง เถียงคอเป็นเอ็นก็สู้เขาไม่ได้ นันท์นรีน้อยใจจึงหยุดมือ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาดื้อๆ จากนั้นก็กอดเข่านั่งร้องไห้ “มีแต่ด่าแต่ว่า หนูนาก็มีหัวใจเหมือนกันนะ ที่ง่ายก็เพราะว่าเป็นพี่ครามไง อยากดูถูกก็ตามใจเถอะ ฮึก!”
คุณานนท์ถูกใบหน้านองน้ำตาสกัดจุดเสียจนปากร้ายไม่ออก ขี้แยเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่รู้จักอดทน แต่ลองไตร่ตรองดู คำพูดของตนก็แรงเกินไปจริงๆ ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธออยากมายุ่งวุ่นวายกับเขาก่อนเอง ร้องไปเถอะ ร้องจนคนมาเห็นก็ไม่สนหรอก คนใจด้านชาดุนลิ้นดันกระพุงแก้ม อยากจะจับคนไปโยนลงบ่อโคลนให้รู้แล้วรู้รอด
“อ๊ะ! พี่ครามจะทำอะไร?” เขาโถมตัวหนักๆ ลงมาทับเธอเฉยเลย
ทั้งสองตัวแนบชิด ไม่มีคำพูดริมฝีปากหยักเข้มก็ประกบปิดเสียงสะอื้น ลิ้นหยาบร้อนบุกรุกชอนไชโพรงปากอ่อนนุ่มของหญิงสาวอย่างถือดีและบ้าคลั่ง นันท์นรีตกตะลึงจนลืมว่าตนกำลังร้องไห้อยู่ ถูกจูบที่ประทับมาไม่ให้ตั้งตัวนี้พรากความสนใจไปแล้ว พี่ชายคนดีกำลังคิดอะไรของเขากันนะ เดาทางไม่ออกเลยสักนิด
โลกหมุนหนึ่งตลบ นันท์นรีถูกพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบน มือของคุณานนท์ว่องไวจนเหลือเชื่อ ยังไม่ทันรู้สึกตัวกระดุมเสื้อเชิ้ตก็หลุดออกหมดแล้ว กระทั่งบราสีขาวสะอาดปักลายดอกทานตะวันตะขอหลุด ริมฝีปากร้อนฉ่าขบเม้มลำคอไล่ต่ำลงไป หญิงสาวถึงได้สติ
“พี่ครามตรงนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น” ความสยิวซ่านแผ่ขยายท่วมอก ลิ้นหยาบตวัดใส่เต้าขาวอวบระรัว ฝ่ามือใหญ่เคล้นคลึงบั้นท้ายงามงอนผ่อนหนักผ่อนเบา ปลุกเร้าจนอ่อนระทดระทวยไปทั้งร่าง
เทียบกับเสียงร้องไห้ เขาชอบฟังเธอสะอึกสะอื้นเวลาโดนเอามากกว่า ในเมื่อไม่อยากปลอบใจก็ใช้วิธีนี้แทนแล้วกัน
“อ๊า! อึก! ไม่ได้นะคะ” ใบหน้าสวยหวานส่ายคัดค้าน ร่างกายถูกพลิกไปอยู่ด้านล่างอีกครั้ง ท้ายที่สุดกางเกงยีนส์ก็ถูกถอดออก เหลือเพียงชั้นในหมิ่นเหม่ปกปิดส่วนสงวน ผิวของนันท์นรีขาวมาก พอนอนแผ่อยู่กลางกองฟางสีเหลืองอ่อนยิ่งขับให้ผุดผ่อง ราวกับอดใจไม่ไหว คุณานันท์ล้วงมือลงไปเตรียมเธอให้พร้อม เคล้าคลึงนวดเฟ้น จนมีของเหลวซึมผ่านผ้าชั้นในจึงได้ร่นสิ่งกีดขวางทั้งหมดออก เหลือเพียงกายเปลือยเปล่าน่าขย้ำ
“สวย” คุณานนท์หลุดปากชม กลีบดอกไม้สีชมพูเข้มแทบไม่มีขนชวนให้ลูกกระเดือกของเขาขยับอย่างบ้าคลั่ง ยัยเด็กนี่ก็หน้าแดงแก้มแดงไปหมด เขานึกมันเขี้ยวหน่อยๆ จึงโน้มลงไป ฝังริมฝีปากลงลิ้นให้เธออย่างไม่ทันคิด
“อร้ายย! อย่าทำแบบนั้นค่ะ พี่คราม งื้อ!”
เห็นแล้วว่าเขากำลังทำอะไรกับหว่างขาของตน นันท์นรีสมองว่างเปล่าทันที อับอายจนอยากร้องไห้อีกรอบ เธอพยายามหนีบขาไม่เปิดอ้าซ่าต่อหน้าเขา ทว่ากำลังไม่สู้มือที่จับแยก จึงได้แต่นอนหอบหายใจเอวบิดส่ายอยู่อย่างนั้น ท้องฟ้าโล่ง ไร้เสียงรบกวนมีเพียงเสียงหอบครางที่กักเก็บไว้อย่างทรมาน คุณานนท์ชำนาญอย่างยิ่ง ยังไม่ทันไรนันท์นรีก็ดิ้นรุนแรง เสร็จสมตัวสั่นงันงกคาปากของเขา
ชายหนุ่มเช็ดปากด้วยหลังมือ ทำลงไปแล้วก็แปลกใจตัวเอง เขาไม่เคยคิดอยากลงลิ้นให้ใครมาก่อน แม้แต่กับแฟนเก่าที่คบกันมาห้าปีคนนั้นก็ยังยาก แต่เมื่อครู่มันเหมือนจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ คุณานนท์ยืนเต็มความสูง ล้วงอาวุธร้ายที่ตั้งโด่แทบจะแทงทะลุกางเกงนานแล้วออกมาชี้หน้านันท์นรี
“ยังต้องให้บอกไหม”
คนแก้มแดงก่ำลุกขึ้นนั่งคุกเข่า ประหม่าอยู่บ้างแต่เพราะคุณานนท์ทำให้โดยไม่มีท่าทีรังเกียจเลย นันท์นรีจึงวางนิ้วลงบนท่อนเนื้อไซส์ยักษ์น่าสะพรึง กลืนน้ำลายไปพลางแอบหวั่นใจ จะอมได้ยังไง ปากของเธอก็แค่นี้ เคยโดนมันแทงจนร่างแทบพรุนมาแล้วก็จริง แต่ใช้ปากมันคนละเรื่องเลย คุณานนท์เห็นท่าว่าเธอจะไม่เป็นงานจึงสอนว่าต้องชักรูดยังไง สอนวิธีอมที่ถูกต้อง พอจับจุดนันท์นรีก็เรียนรู้เร็วจนสร้างความพึงพอใจให้เขามาก
“อืม อยู่นิ่งๆ” เขาประคองศีรษะของเธอจากนั้นทำการสวนเอวเข้าหา พอหญิงสาวสำลักหน้าดำหน้าแดงก็หยุด แววตาเหมือนจะเยาะ “คอตื้นขนาดนี้เลย” ยัดอีกคงจะไม่ไหวคุณานนท์จึงนอนราบลงบนกองฟาง ตบหน้าขาสองทีเป็นสัญญาณให้หญิงสาว
“มาสิ อยากเรียนขี่ม้าไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวจะสอนให้”
“แต่…นี่ไม่ใช่ม้านะคะ”
“เหมือนกันแหละ ซ้อมก่อนลงสนามจริงไง”
นันท์นรีก็ว่าง่ายเสียจนเริ่มหงุดหงิดตัวเอง พอคร่อมขาทับคุณานนท์ก็จับท่อนเนื้อดุ้นยักษ์ทิ่มเข้าไปในร่องอุ่นนุ่มของเธอ รอให้ปรับตัวเล็กน้อย ยังไม่ทันจะขยับเอวพลันถูกกดลึกลงไปอีก “อ๊า! จะ…เจ็บค่ะ”
“เจ็บเหรอ เดี๋ยวพอขย่มก็ไม่เจ็บแล้ว”
บั้นท้ายงอนถูกยกขึ้นแล้วทิ้งลงนำร่องอยู่ห้าหกครั้ง ครั้นพอทราบว่าควรทำอย่างไร นันท์นรีก็วางมือบนแผ่นอกสีน้ำผึ้ง เริ่มเคลื่อนไหวควบขี่เขาด้วยตัวเอง “อ๊า! มัน…อร้ายยย! พี่ครามอย่ากระแทกขึ้นมา หนูจุก”
ยิ่งพูดยิ่งทำ นันท์นรีโดนแกล้งจนหน้ามืดตาลาย จนตอนนี้เธอก็ยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทำเรื่องไม่อายฟ้าดินกลางทุ่งกับเขา ถ้าเกิดใครมาเห็นเข้าต้องกลายเป็นที่นินทาแน่ จิตใจสับสนแต่ร่างกายกลับสุขซ่านจนมึนงง ยิ่งได้ทำลับๆ ล่อๆยิ่งตื่นเต้น ช่องอกของเธอจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว
การสนับสนุนของคุณมีความหมายอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพต่อไป ขอบคุณค่ะ/ครับ!
คุณต้องการสนับสนุนนักเขียนด้วยจำนวนเงิน [จำนวนเงิน] บาท ใช่หรือไม่?