เฉินลี่เซียนกำลังไม่พอใจอย่างหนัก นางพูดเป็นนัยก็แล้ว แสดงอาการท่าทางขัดเขินก็แล้ว เหตุใดสามีของนางถึงยังได้ทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับว่าไม่เข้าใจความหมายของนางเสียอย่างนั้น ไหนใครบอกนางว่าเขาเป็นฉลาดล้ำเลิศอย่างไรเล่า หรือเขาจะฉลาดแค่ในตำรา หาได้ฉลาดเรื่องสตรี?
เฉินลี่เซียนพยักหน้ากับตนเอง “เป็นไปได้ เขาซื่อบื้อถึงเพียงนั้น จะไปเข้าใจความคิดของสตรีได้อย่างไร”
หลันหลันที่นั่งอยู่ด้านข้างได้ยินเสียงนายสาวก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง “เมื่อครู่ฮูหยินกล่าวว่าอันใดนะเจ้าคะ”
“ไม่มีอันใด เจ้าไปหยิบของมา ข้าจะไปเรือนท่านแม่”
เฉินลี่เซียนผุดลุกขึ้นยืน เรื่องที่นางตัดสินใจแล้วไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด เขาไม่เข้าใจความหมายก็ทำให้เขาเข้าใจเสียก็สิ้นเรื่อง นางเดินออกจากเรือนตะวันตก ตรงไปยังเรือนใหญ่ของมู่ซื่อในทันที
“คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”
มู่ซื่อกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้คนงาม เห็นลูกสะใภ้มาเยือนถึงเรือนก็รีบสั่งให้คนเตรียมน้ำเตรียมขนมมาต้อนรับแต่เฉินลี่เซียนมีเรื่องร้อนใจจริง ๆ นางหย่อนก้นนั่งลงยังไม่ทันหายเหนื่อยก็พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา
“ท่านแม่ เมื่อคืนข้าทำเรื่องกับท่านพี่ไว้นิดหน่อยเลยอยากจะขอโทษเขา ท่านแม่พอจะรู้หรือไม่เจ้าคะว่าท่านพี่ชอบทานขนมอันใดเป็นพิเศษ”
มู่ซื่อกระพริบตาปริบ นางนั่งนึก นอนนึกก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองไม่รู้ความชอบด้านนี้ของบุตรชายเอาเสียเลย นางส่ายหน้า
“เกรงว่าเรื่องนี้จะช่วยเจ้าไม่ได้เสียแล้ว ตอนเด็ก ๆ ต้าหลางไม่สบายหนักท่านหมอเลยห้ามไม่ให้เขาทานขนมมากเกินไปด้วยกลัวว่าจะทำให้เขาไม่ยอมทานยา ท่านพ่อสามีเจ้าเป็นคนเด็ดขาดยิ่ง ท่านหมอสั่งห้ามเขาก็ห้ามขนมต้าหลางไปเป็นเดือน ๆ หลังจากนั้นเขาดีขึ้นก็ไม่เห็นจะร่ำร้องถามหาขนมอันใดเป็นพิเศษ ต่อมาเขาออกเดินทางทำการค้า ข้าก็ยิ่งไม่รู้แล้ว”
เฉินลี่เซียนพยักหน้ารับ อันที่จริงนางก็ไม่ได้คาดหวังอันใดมาก นางแต่งกับเขามาได้หนึ่งเดือน นอกจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่เขามักจะขยับตะเกียบคีบบ่อย ๆ อย่างอื่นเขาก็แทบไม่แตะต้อง นางเตรียมขนมอันใดไว้เขาก็กินเสียหมด จนไม่รู้แล้วว่าจริง ๆ แล้วในใจเขาชมชอบหรือเกลียดชังกันแน่
แม้ในใจจะคิดไปถึงอย่างอื่นแต่ต่อหน้าก็ต้องรักษาท่าทีนอบน้อมไว้ เฉินลี่เซียนลุกขึ้นยืน คารวะอย่างเต็มพิธี
“ท่านแม่ ขออภัยที่วันนี้ข้าไม่อาจนั่งคุยเป็นเพื่อนท่านได้ ประเดี๋ยวใกล้ได้เวลาท่านพี่กลับมาแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”
มู่ซื่อพอจะดูออกว่าเฉินลี่เซียนต้องการหาทางงอนง้อบุตรชายตนเองจึงไม่ได้เอ่ยปากรั้งเพียงพยักหน้าอนุญาตเฉินลี่เซียนก็พาหลันหลันเดินออกมาทันที นางเดินวนเวียนอยู่ในสวนครู่หนึ่งอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี ขนมที่นางชอบก็ไม่แน่ว่าเขาจะชอบ ขนมที่เขาชอบก็ไม่แน่ว่านางจะทำเป็น เดินคิดเรื่อยเปื่อยสายตาก็พลันเห็นดอกเหมยบานอยู่ตรงหน้า เฉินลี่เซียนตาลุกวาว
“หลันหลัน เจ้าไปเรียกคนมาให้มากหน่อย เก็บดอกเหมยพวกนั้นกลับไปสักกระบุงใหญ่ เร็วเข้า!”
หลันหลันพลันตกใจตาม ด้วยไม่เคยเห็นนายสาวออกอาการเร่งร้อนเช่นนี้ นางรีบวิ่งไปตามบ่าวไพร่ที่อยู่รอบ ๆ มาช่วยกันเก็บดอกเหมยตามคำสั่งฮูหยินน้อย ครั้นได้จำนวนครบตามต้องการแล้วเฉินลี่เซียนก็เร่งฝีเท้าเดินไปยังห้องครัวใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ป้าคนครัวกำลังพักผ่อนเอนหลังแต่เมื่อเห็นฮูหยินน้อยคนงามเดินมาแต่ไกลก็ตกใจเสียจนขวัญหาย รีบวิ่งออกไปรับหน้า “ฮูหยินน้อย มีเรื่องอันใดให้ห้องครัวรับใช้หรือไม่เจ้าคะ แถวนี้มีแต่กลิ่นควัน ท่านอย่าได้ลงมาแถวนี้เลยเจ้าค่ะ”
เฉินลี่เซียนไม่สนใจป้าคนครัวสักนิด นางโบกมือปัด
“ท่านป้าไปพักผ่อนให้สบายใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าต้องการใช้ครัวเพียงไม่นานเท่านั้น ไม่คิดจะรบกวนท่าน”
ป้าคนครัวอ้าปากค้าง มีสตรีสูงศักดิ์ที่ใดบ้างลงครัวด้วยตนเอง หากวันนี้นางยอมปล่อยให้ฮูหยินน้อยทำครัวขึ้นมาแล้วโดนมีดบาดจะทำเช่นไรเล่า ป้าคนครัวรีบข่มความตะลึงในจิตใจ ก้าวเท้าขึ้นหน้าขัดขวาง “แต่- แต่นี่จะได้อย่างไร ฮูหยิน...”
แต่เฉินลี่เซียนกำลังร้อนใจอย่างหนัก นางไม่มีอารมณ์มาประนีประนอมแล้วจึงสั่งให้หลันหลันกันคนออกไป เฉินลี่เซียนเมื่อครั้งยังเป็นคุณหนูสกุลหลี่นั้นนางลงมือทำครัวเองไม่น้อย เรื่องอย่างหยิบจับมีดหรือต้มน้ำ ผัดน้ำมันนางชำนาญเสียจนกระทั่งหลับตาก็ยังทำได้ เฉินลี่เซียนสั่งให้คนเก็บดอกเหมยมามากถึงเพียงนี้ก็เพราะต้องการจะทำขนมยัดไส้ดอกเหมย วสันต์ฤดูที่อากาศเบาสบายจะมีอันใดดีไปกว่าการได้นั่งจิบน้ำชาคู่ขนมเลิศรสอีกเล่า
ถึงตอนนั้นหยางคุนหลงจะต้องติดรสมือขอให้นางทำให้เขาทานบ่อย ๆ อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นนางก็จะได้เข้าหอเสียที
คิดหมายมาดในใจมือก็ยิ่งลงมือรวดเร็ว หลันหลันยืนมองอยู่ด้านข้าง นึกงุนงงว่าเหตุใดคุณหนูของนางถึงได้เชี่ยวชาญเรื่องครัวถึงเพียงนี้หนอ ไม่ใช่เมื่อก่อนคุณหนูมักจะนั่งอยู่ในห้อง รังเกียจว่ากลิ่นควันเหม็นเกินไปจนทำให้ตัวนางมีกลิ่นควันจนติดตำราหายากพวกนั้นหรือ
เฉินลี่เซียนวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวันในที่สุดขนมของนางก็เสร็จเสียที เวลานั้นเองสาวใช้ที่นางให้ไปดักรอคนก็กลับมารายงานว่า “ฮูหยิน คุณชายหยางกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
“ดียิ่ง”
เฉินลี่เซียนปัดคราบเขม่าออกจากมือ หันไปบอกหลันหลันว่า
“เจ้าอยู่ที่นี่ เฝ้าขนมไว้ให้ดีอย่าให้ใครทำให้เสียหายเด็ดขาด ข้าจะกลับไปผลัดเปลี่ยนเสื้อคลุม แล้วเราค่อยไปหาท่านพี่กัน”
การสนับสนุนของคุณมีความหมายอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพต่อไป ขอบคุณค่ะ/ครับ!
คุณต้องการสนับสนุนนักเขียนด้วยจำนวนเงิน [จำนวนเงิน] บาท ใช่หรือไม่?